อธิบดีกรมธนารักษ์มีมติแต่งตั้งคกก.พิจารณาศูนย์ข้าวเป็นสถานีรถ LRT

อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมคณะมีมติแต่งตั้ง คกก.พิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ให้เสร็จภายใน 1 เดือน พัฒนาเป็นพื้นที่ TOD สถานีรถไฟฟ้ารางเบา LRT ขอนแก่น

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 กรมธนารักษ์ ซอยอารีสัมพันธ์ พญาไท กรุงเทพมหานคร นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายทองปักษ์ ไทธานี ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์สำนักงานจังหวัดขอนแก่น นายยุทธภูมิ เย็นสบาย รองนายกเทศมนตรีตำบลสำราญ นางกฤษณา แสนสอาด รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักการช่างเทศบาลนครขอนแก่น และน.ส.ฐิติรัตน์ ศิริชานนท์ นิติการ เทศบาลนครขอนแก่น พลตรีชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมพิจารณาการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุเพื่อดำเนินโครงการ Smart City (สมาร์ทซิตี้) ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนระบบรางเบาสายเหนือใต้ ต้นแบบในภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น

โดยมี นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธาน น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองธิบดีกรมการข้าว และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อพิจารณา โครงการ Smart City ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ระบบรางเบาสายเหนือ- ใต้ ต้นแบบในเมืองภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ จัดตั้งบริษัทจำกัด ในนามบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็มจำกัด (KKTS) เพื่อดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชน ก่อสร้างระบบรางเบาสายเหนือ-ใต้ เพื่อให้การดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้กรมธนารักษ์ ร่วมกับกรมการข้าว ได้พิจารณาขอใช้พื้นที่บริเวณที่ตั้งศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดขอนแก่น ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันใช้ประโยชน์ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการโครงการดังกล่าว

โดยอธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมผู้เข้าร่วมประชุม มีมติแนวทางร่วมกันในการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน คือแต่งตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ตลอดจนนักวิชาการในการทำงานร่วมกัน โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานไม่เกิน1 เดือน โดยท่านอธิบดีกรมธนารักษ์เป็นประธาน และมีตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมการข้าว รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายกเทศมนตรีเมืองศิลา นายกเทศมนตรีตำบลท่าพระ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า นายกเทศมนตรีตำบลสำราญ อธิการบดี/รองอธิการบดีวิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการ ในการพิจารณาการขอใช้พื้นที่บริเวณที่ตั้งศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดขอนแก่น ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการ ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนตุลาคมนี้ รู้ผล

ทั้งนี้นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้กล่าวขอบคุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมการข้าว และทุกหน่วยงาน ที่ช่วยกันจะผลักดัน โครงการนี้ให้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้มี 10 กว่าจังหวัด ประเทศไทย ที่รอรูปแบบของจังหวัดขอนแก่น ที่น่าชื่นชมก็คือภายใต้นโยบายใหม่ของรัฐบาลที่กำลังผลักดัน กำลังก่อเกิด รูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย มีรูปแบบการพัฒนา สุดท้ายสามารถไปตอบโจทย์ประเทศได้ว่า ถ้าใช้รูปแบบ แบบนี้การแก้ปัญหาเรื่องความยากจน การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาส สร้างอาชีพ การกระจายรายได้ ก็จะเกิดได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นก็สนับสนุนแนวคิดท่านอธิบดีกรมธนารักษ์ และรองอธิบดีกรมการข้าว ที่ให้ความกรุณาในการร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงานอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่รอคอยมานาน ถ้าได้ข้อยุติว่าเห็นชอบทุกฝ่าย อย่างน้อยที่สุดนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จะได้ตอบโจทย์กับประชาชน ตอบโจทย์กับรัฐบาลว่าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา LRT ขอนแก่นจะเดินหน้าได้หรือไม่ ..นายกเทศมนตรีกล่าว...