แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - bluesky

หน้า: 1 2 [3]
31

ใครว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับผิวนั้นมีแค่เพียงแสงแดด แสงยูวีเอและยูวีบี นั่นคือ 1 ในหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำให้ผิวอ่อนแอ และสิ่งที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนั้นก็คือ มลภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจิ๋วอย่าง PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสารเคมีต่างๆในอากาศที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ รู้ตัวอีกทีก็คือ ผิวถูกทำร้ายจนทำให้เกิดริ้วรอย สิว และผิวขาดน้ำ ทำให้ใช้ครีมบำรุงอะไรผิวหน้าก็ไม่รับสารบำรุง ซึ่งก่อให้เกิดการุดตันต่อมาได้

หากเราจะแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากมลภาวะ เราควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นอันดับแรก เพราะจะได้แก้ไขปัญหาตั้งต้นเหตุว่าจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไหนที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา และถ้าอยากจะดูแลอย่างล้ำลึก อาจจะต้องมีการทำไฮฟูเพื่อให้ผิวหน้าแข็งแรงและกระชับมากขึ้น และสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงหากเราต้องการให้ผิวของเราไม่ถูกทำร้าย นั่นก็คือ สารอันตราย ซึ่งเว็บไซต์ med Mahidol ได้แชร์ไว้ว่า สาร ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ไฮโดรควิโนนออกฤทธิ์โดยการยับยั้งกระบวนการทางเคมีของเซลล์สร้างเม็ดสี(melanocyte) โดยไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส(Tyrosinase)ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดสี(melanin) เมื่อปริมาณเม็ดสีลดลง จึงส่งผลให้ผิวขาวขึ้นได้ จากกลไกนี้ทำให้ยาไฮโดรควิโนนถูกนำมาใช้เป็นยาทารักษาผิวที่เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ไฮโดรควิโนนจัดเป็นยาทาภายนอกใช้เพื่อการรักษาและได้ถูกสั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายทั่วไป เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางมักผสมไฮโดรควิโนนในปริมาณสูง ก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้ผสมสารไฮโดรควิโนนในการรักษาฝ้าได้ไม่เกิน 2%) ผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางที่มีสารไฮโดรควิโนนเกินขนาด อาการแสบร้อน ตุ่มแดง และภาวะผิวคล้ำมากขึ้นในบริเวณที่ทา หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวร เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาดตัวยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมีอาการสั่นหรือเกิดภาวะลมชักหรือกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ยาได้ วิธีปฎิบัติเมื่อเกิดผลข้างเคียง หลังใช้ยานี้ถ้ามีอาการคันหรืออักเสบให้หยุดการใช้ และกลับไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพื่อประเมินแนวทางการรักษาใหม่ สเตียรอยด์ (Steroid) กลไกการออกฤทธิ์ให้ผิวหน้าขาว เสตียรอยด์มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารเคมีสื่อกลาง(mediators) เช่น โพรสตาแกรนดิน(prostaglandin) และลิวโคไตรอีน(leukotriene) ที่ใช้ในการการสร้างเม็ดสี (melanin) ทำให้ปริมาณเม็ดสีลดลงส่งผลให้ผิวขาวขึ้น สเตียรอยด์เป็นสารที่ห้ามใส่ในเครื่องสำอาง มักใช้เป็นสูตรผสมกับยาตัวอื่น เช่น ไฮโดรควิโนน หรือ เรตินอยด์ในการรักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เสตียรอยด์ช่วยในการเสริมฤทธิ์ และช่วยลดอาการข้างเคียงของไฮโดรควิโนน และ เรตินอยด์ ได้ดี ผลข้างเคียงจากการใช้ การใช้ยาทาเสตียรอยด์ในความเข้มข้นสูง ใช้ผิดวิธี และ ใช้เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เช่น ผดผื่นขึ้นง่าย ผิวหน้าบาง ทำให้มลภาวะสารพิษจากภายนอกเข้าสู่ผิวหนังชั้นแท้ได้ง่ายขึ้น และเห็นเส้นเลือดแดงตามใบหน้าชัดขึ้น






32


ผิวที่สุขภาพดีในฝันของสาวๆทุกวัยคือ ผิวที่สามารถรับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ไม่ว่าจะเป็นสภาพผิวประเภทใด หากผิวเราพร้อมที่รับสารบำรุงผิวจากครีมเหล่านั้น และไม่มีการอาการแพ้ระคายเคืองใดๆ นั่นคือ ผิวของเราแข็งแรงและทำให้ผลลัพธ์จากการทาครีมเห็นผลอีกด้วย ทำให้ผิวอิ่มน้ำ นุ่มฟูและกระชับมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากเราต้องการเพิ่มความกระชับของผิวด้วยเทคโนโยลีทางการแพทย์การทำ Hifu คือ หนึ่งในเทคนิคการดูแลผิวที่สาวๆนิยมทำกันมากที่สุด เพราะเห็นผลไวและไม่มีอันตรายใดๆ

เมื่อดูแลผิวสุขภาพดีแล้ว เราควรป้องกันผิวจากการแพ้สารเคมีหรือสารอันตรายต่างๆด้วย เพราะไม่ใช่แค่การระคายเคืองของผิวเท่านั้น สารเคมีที่มีการใส่ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์การบำรุงผิวที่เราได้มาจากแหล่งที่ไม่มีการผลิตชัดเจน อาจจะมีสารอันตรายต่อทั้งผิวและอวัยวะภายในได้ในระยะยาว ซึ่งเว็บไซต์ med Mahidol ได้แชร์บทความที่น่าสนใจไว้ว่า ความขาวใสไร้ริ้วรอยของใบหน้านั้นจัดเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหน  อีกทั้งเนื่องด้วยเมืองไทยของเราเป็นเมืองที่มีอากาศร้อนและแสงแดดที่แผดเผาไม่ปราณีผิวพรรณทำให้คนไทยส่วนใหญ่นอกจากจะมีสีผิวที่คล้ำแล้วยังประสบปัญหาผิวต่างๆ เช่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเป็นเหตุให้ต้องรีบแก้ไขและทำการรักษาโดยเฉพาะในกลุ่มของผู้หญิงอย่างเราๆ จุดด่างพร้อยบนใบหน้าถือเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดออกไปโดยเร็ว ปัจจุบันมีผู้ผลิตเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาวออกวางจำหน่ายในท้องตลาดมากมาย ซึ่งเรารู้จักกันในนาม ครีมหน้าขาว (Whitening Products) ครีมหน้าขาวนี้จัดเป็นผลิตภัณฑ์ยอดฮิตในบรรดาสุภาพสตรี เพราะเห็นผลเร็ว ผิวขาวเนียนใสจริง แต่ภายในระยะเวลาอันสั้น ความขาวใสนี้ จะถูกแทนที่ด้วยอาการข้างเคียง คือ รอยไหม้ดำที่ค่อยๆแผ่วงกว้าง รอยแดง ผื่นแพ้ หน้าบาง ติดเชื้อง่าย ซึ่งใช้เวลาในการรักษานานและในบางรายอาจเป็นถาวร เมื่อผู้บริโภคถูกเอาเปรียบและได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ อย.จึงเข้ามามีบทบาทในการสืบสวนหาสาเหตุ และได้ประกาศ รายชื่อสารต้องห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง อันได้แก่ สารปรอท สารไฮโดรควิโนน  สเตียรอยด์ และกรดเรติโนอิก เป็นต้น สารต้องห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง ก็คือ ปรอท (mercury) กลไกการออกฤทธิ์ให้ผิวหน้าขาว ทำให้มีการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ลดลง จึงช่วยให้สีผิวขาวขึ้น นอกจากนี้ปรอทยัง มี ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ชนิด staphylococcus จึงป้องกันสิวได้ด้วย ผลข้างเคียงจากการใช้ สารประกอบของปรอททำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ เกิดฝ้าถาวร ผิวบางลง และเมื่อใช้ติดต่อกัน เป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมของสารปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแส โลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ อีกทั้งในสตรีมีครรภ์ปรอทจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และไปสู่ทารก ทำให้เด็กมีสมองพิการและปัญญาอ่อน







33

เมื่อการมีหุ่นสวยและสุขภาพดี ไม่ได้มีคำนิยามที่ว่า ผอมแล้วสวย อีกแล้วในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะปี 2021 เพราะการผอมไม่ได้แปลว่า สุขภาพดี มีหลายคนที่ผอมแล้วมีโรคประจำตัวมากมาย อีกทั้งยังขาดสารอาหารอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลต่อสภาพผิวพรรณที่ทั้งขาดน้ำและขาดความชุ่มชื่น ชั้นของผิวที่ขาดคอลลาเจน ทำให้มีริ้วรอยชัดก่อนวัยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราเห็นเทรนด์การมีหุ่นสวยตามฝั่งตะวันตก เราจะเห็นได้ว่า คนส่วนมากนิยมออกกำลังกายและสร้างกล้ามเนื้อให้สวยงาม มีหุ่นที่ชัดเจน ทั้งหน้าอก หน้าท้อง รวมไปถึง สะโพกผายและกระชับที่มาจากการออกกำลังกายอย่างการสควอช

การสร้างทัศนคติที่ดีในการยอมรับและรักร่างกายของตัวเองนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลร่างกายอย่างถูกวิธี ที่เน้นไปที่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายอาจส่งผลต่อสาวๆในเรื่องขนาดหน้าอก ทำให้ขาดความมั่นใจ เรื่องนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยการเสริมหน้าอก เพิ่มขนาดหน้าอก ที่ทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เราควรศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดและต้องเน้นคลินิกศัลยกรรมที่มีความปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งเว็บไซต์ hellokhunmor ได้แชร์ไว้ว่า กล้ามเนื้อที่แข็งแรง นอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีแล้วแล้ว ยังทำให้รูปร่างของเราดีขึ้นอีกด้วย ใครที่กำลังต้องการสร้าง กล้ามเนื้อ อย่าลืมเพิ่ม วิตามินกับแร่ธาตุ เหล่านี้เข้าไปในการรับประทานควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมด้วย วิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยฟื้นฟู กล้ามเนื้อ วิตามินบีโดยเฉพาะวิตามินบี 6 โฟเลต และวิตามินบี 12 เป็นวิตามินที่เชื่อกันว่ามีความสำคัญที่สุดในการสร้างและฟื้นฟู กล้ามเนื้อ โดยวิตามินบี 6 และบี 12 มีบทบาทโดยตรงในการเผาผลาญโปรตีน การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ยิ่งมีการบริโภคโปรตีนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งต้องการวิตามินบี 6 มากขึ้น เพื่อช่วยในการเผาผลาญโปรตีนที่เพิ่มขึ้น วิตามินบี ยังจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้จำเป็นอย่างมากในการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ การกินกรดโฟลิค (วิตามินบี 9) ร่วมกับวิตามินบี 6 และ 12 สามารถช่วยลดระดับของโฮโมซิสตีน สารที่เกิดจากการย่อยสลายโปรตีน ซึ่งหากมีในระดับที่มากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อร่างกายและทำให้การสร้างไนตริกออกไซด์ โมเลกุลที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเลือดในร่างกายดีขึ้น ผลก็คือทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และการส่งสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อได้ดี วิตามินซี ด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ทำให้วิตามินซีทำหน้าที่ในการปกป้องกล้ามเนื้อจากความเสียจากอนุมูลอิสระ และยังทำหน้าช่วยในการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และอนาบอลิกฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้วิตามินซีมีความสำคัญมากในการป้องกันกล้ามเนื้อและกระดูกจากการบาดเจ็บ เมื่อคอลลาเจนแข็งแรง ข้อต่อต่างๆ จะมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้น จึงมีโอกาสบาดเจ็บน้อยลง การศึกษาชิ้นหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่า ในสหรัฐฯ นักวิจัยพบว่า การกินอาหารเสริมวิตามินซีก่อนและหลังการออกกำลังกาย ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ และป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นที่ทำให้กลูต้าไธโอน (สารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังในร่างกาย) ลดลง



หน้า: 1 2 [3]