นครขอนแก่นดูงาน“บ้านปราสาท”เชื่อมโยงสู่“แหล่งโบราณคดีวัดจอมศรี”

เทศบาลนครขอนแก่น นำทีมโดยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนการงาน พนักงานเทศบาล พนักงานครูเทศบาล พระสงฆ์วัดจอมศรี และพี่น้องชุมชนศรีฐาน กว่า 50 คน ร่วมศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ สู่การเชื่อมโยงกรณีการขุดค้นแหล่งโบราณคดีวัดจอมศรี

เมื่อวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้มอบหมายให้คณะทำงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีวัดจอมศรี นำทีมโดยนางสาวนันทวัลย์ ไกรศรีวรรธนะ รองประธานสภาเทศบาล ,สมาชิกสภาเทศบาล (นายธนภณ กิตติวิมลชัย ,นายปรมินทร์ เลาหะพันธุ์ ,นายสมภพ วงศ์ก่อ , ว่าที่ ร.ต.บัญชา สิงห์คำป้อง ,นายสุพัฒน์ พงษ์เพียจันทร์ ,นายวรินทร์ เอกบุรินทร์) หัวหน้าส่วนการงาน พนักงานเทศบาล พนักงานครูเทศบาล พระสงฆ์วัดจอมศรี และพี่น้องชุมชนศรีฐาน กว่า 50 คน ร่วมศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท ( โดยมีนายสุรพล บุญมั่น เจ้าหน้าที่ของสำนักศิลปากรที่ 12 เป็นมัคคุเทศก์ผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ซึ่งการศึกษาดูงานในครั้งนี้นอกจากจะได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขุดค้นโบราณคดีแล้ว ยังถือได้ว่า เป็นการสร้างความเข้มแข็งภาคประชาชน และก่อให้เกิดการดูแลรักษาโบราณวัตถุ โบราณสถานอันล้ำค่า รวมไปถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป ต่อจากนั้นทางคณะศึกษาดูงานยังได้เดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อีกด้วย

ทั้งนี้ แหล่งโบราณคดีวัดจอมศรีได้เริ่มขุดค้นไปเมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2560 โดยสำนักศิลปากรที่ 8 ประกอบด้วยยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายระยะเวลา 2,500-1,000 ปี ยุคที่สองยุคทวารวดีระยะเวลา 1,300-1,500 ปี และยุคที่สามคือข้ามยุคที่ท้าวเพียเมืองแพนมาสร้างเมือง ซึ่งไม่ใช่ไม่มีแต่ยังขุดไม่พบระยะเวลากว่า 100 ปีที่บรรพบุรุษของชาวศรีฐานมาตั้งหลักปักฐานที่แห่งนี้ สำหรับการเลือกขุด เนื่องจากเป็นแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ที่น่าสนใจ เพราะเป็นจุดสูงสุดของเนินดินและถูกรบกวนน้อยที่สุด จากการเริ่มขุดไปพบเศษชิ้นส่วนภาชนะเครื่องปั้นดินเผามาปะปนกัน มีขี้เหล็ก ซึ่งพื้นที่เดิมสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแหล่งถลุงเหล็ก ( เหล็กตั้งต้น) เป็นพี่อยู่อาศัยของชุมชนเดิม และมีพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ซึ่งมีอายุ 1,300-1,500 ปี แต่ไม่ใช่พระพุทธรูปที่มีอายุ 2,500 ปีตามที่เป็นข่าว

สำหรับนโยบายด้านการพัฒนาพื้นที่ เทศบาลนครขอนแก่นได้มีการหารือกับสำนักศิลปากรที่ 8 ว่าหลังจากขุดค้นเสร็จแล้ว ชื้นส่วนที่ได้ให้ปฏิบัติการตามกฎหมายและระเบียบของกรมศิลปากรที่ควรจะปฏิบัติ 2.หากเป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่าเทศบาลจะนำมาจำลองเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยเทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับชุมชนศรีฐานจะดำเนินการปรับปรุงหอระฆังแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองของชุมชนศรีฐาน 3. ชิ้นส่วนโบราณคดีที่พี่น้องชุมชนต่างเก็บไว้ เทศบาลนครขอนแก่นจะขอยืมเพื่อนำมาจัดโชว์นิทรรศการ ว่าบรรพบุรุษที่มาสร้างบ้านแปงเมืองเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายระยะเวลา 2,500-1,000 ปี 4.จัดให้มีการอบรมนักเรียนเพื่อเป็นยุวมัคคุเทศก์ในการนำชมแหล่งโบราณคดี และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ไม่ใช่เพียงการชมพิพิธภัณฑ์เมืองเท่านั้น ศรีฐานยังมีแจกันโบราณสมัยทวารวดีอายุ 400 -200ปี ใช้บรรจุอัฐิ ใบเสมากลีบบัวขนาดเกือบสมบูรณ์ ที่แกะสลักลวดลายเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ทั่วไปและยังไม่เคยเจอที่ไหน คือ ปกติแล้วลวดลายหม้อน้ำอินเดียจะอยู่ด้านล่าง แต่ใบเสมาที่วัดจอมศรีจะอยู่ด้านบน เพื่อให้ได้สัดส่วนที่งดงาม นอกจากนั้นยังมี มีเศียรพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง มีต้นคิงคาว( เพี๊ยนมาเป็นต้นค้างคาว) ขนาดห้าคนโอบที่สมัยก่อนนั้นใช้รักษาโรคซางเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกชุมชนเริ่มมีการตื่นตัวกับการค้นพบโบราณวัตถุและโบราณสถานล้ำค่าที่มีอยู่ และร่วมเป็นคณะทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขุดค้นและป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะเข้ามาลักลอบขุดค้นและนำไปจำหน่ายอย่างเข้มงวด