เทศบาลนครขอนแก่นลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจ อสม. และคณะกรรมการชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณศาลาชุมชนสามเหลี่ยม 2 นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วย นายสมภพ วงศ์ก่อ เลขานุการนายกเทศมนตรี ,นายวรินทร์ เอกบุรินทร์ สมาชิกสภาเทศบาล ,นางสาวศิริกัลยา โพธิ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และพนักงานเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจกับพี่น้อง อสม. และคณะกรรมการชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก (ซึ่งในปีนี้พื้นที่บริเวณชุมชนสามเหลี่ยม 2 เป็นพื้นที่ที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีจำนวนที่สูงถึง 16 รายแล้วในขณะนี้) โดยมีนางสาวอรวรรณ แซ่ลี้ ประธานชุมชนสามเหลี่ยม 2 ,นายสิทธิศักดิ์ สีจวง ประธานชุมชนสามเหลี่ยม 4 ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ต่อจากนั้นนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล พนักงานเทศบาล ประธานชุมชน อสม. และคณะกรรมการชุมชน ได้ร่วมออกเดินรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก การหยอดทรายอะเบทเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การแจกทรายอะเบท-โลชั่นทากันยุง ตลอดจนการฉีดพ่นสารเคมีในบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อการเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่ชุมชนสามเหลี่ยมอีกด้วย ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้กล่าวว่า จากสถิติจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ดังนี้ -ปี 2558 ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 334 ราย -ปี 2559 ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 79 ราย -ปี 2560 ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 48 ราย -ปี 2561 ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 55 ราย -ปี 2562 ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 180 ราย โดยในปี 2563 นี้ ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2563 ปรากฏว่า มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 60 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563) ซึ่งจากสถิติ 5 ปีย้อนหลังนั้นในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายนของทุกปี จะพบผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุด ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ที่ผ่านมานั้นเทศบาลนครขอนแก่นได้จัดกิจกรรมต่างๆมากมาย ได้แก่ กิจกรรมรณรงค์รวมพลังกำจัดลูกน้ำยุงลาย ,การอบรม อสม. และให้ดำเนินการสำรวจ ให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ,กิจกรรมรณรงค์การจัดการสิ่งแวดล้อมให้สะอาดปราศจากยุงลาย ในวัด ชุมชน โรงเรียน ,การอบรมอาสาสมัครพ่นสารเคมี ,การจัดทำโครงการ 3 เก็บ + 5 ส. ป้องกัน 3 โรคจากยุงลาย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครขอนแก่น ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกท่านในการให้ความร่วมมือกับ อสม. คณะกรรมการชุมชน หรือ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลในการเข้าไปสำรวจข้อมูล การสร้างความรู้ความเข้าใจ และการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในบริเวณบ้าน เช่น โอ่งน้ำ แจกันดอกไม้ แก้วน้ำบูชาพระ กระถางต้นไม้ ต้นสัปปะรดสี ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว เป็นต้น รวมไปถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการป่วยโรคไข้เลือดออก เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องตระหนักถึงอันตรายของโรคไข้เลือดออกและมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรคดังกล่าวด้วย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดและแจ้งข้อมูลได้ที่ สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครขอนแก่น หมายเลขโทรศัพท์ 043-424550 ในวัน เวลา ราชการ หรือ อสม. ประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชนใกล้บ้านของท่าน สำหรับข้อมูลของโรคไข้เลือดออก ดังนี้ 1.อาการ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1.1 ระยะไข้ (2-7 วัน) ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลา เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มักมีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา 1.2 ระยะช็อค ระยะนี้ไข้จะเริ่มลดลง ผู้ป่วยจะซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะออกน้อย อาจมีเลือดออกง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ ในรายที่รุนแรง จะมีความดันโลหิตต่ำ ช็อค และอาจถึงตายได้ ระยะนี้กินเวลา 24-48 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายไม่จำเป็นต้องเป็นรุนแรงและเข้าสู่ภาวะช็อคทุกราย สำหรับในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่อาการไม่รุนแรง เมื่อไข้ลดก็จะมีอาการดีขึ้น รับประทานอาหารได้ เข้าสู่ระยะฟื้นตัว 1.3 ระยะฟื้นตัว อาการต่างๆจะเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นและช้าลง ปัสสาวะมากขึ้น บางรายมีผื่นแดงและมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามลำตัว 2. ข้อแนะนำการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน 2.1 เช็ดตัวลดไข้ ให้ยาลดไข้ตามที่แพทย์สั่ง ได้แก่ ยาพาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้ามีไข้เกิน 3 วัน ควรมาพบแพทย์ 2.2 ห้ามให้ยาลดไข้ที่มีส่วนผสมของแอสไพริน หรือ ibuprofen เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้ 2.3 ดื่มน้ำมากๆ โดยแนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่แทนน้ำเปล่า 2.4 หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดทุกชนิด เพราะอาจระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร 2.5 หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีแดงหรือดำ เพราะอาจทำให้สับสนกับภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารได้ 2.6 ให้มาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ 2.6.1 อาเจียนมาก ไม่สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้เพียงพอ 2.6.2 ปวดท้องมาก 2.6.3 มีเลือดออกรุนแรง เช่น ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด 2.6.4 เอะอะโวยวาย มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง 2.6.5 กระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวเย็น มือเท้าเย็น 2.6.6 ไม่ปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง 2.6.7 ซึมลงไม่ค่อยรู้สึกตัว หอบเหนื่อย 3. การป้องกันการเกิดไข้เลือดออก 3.1 ป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยนอนในมุ้งแม้ในเวลากลางวัน 3.2 กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้าน รวมทั้งบริเวณรอบๆบ้าน 3.3 ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่ขังน้ำทุก 7 วัน เช่น แจกัน 3.4 กำจัดภาชนะแตกหักที่ขังน้ำ เช่น ยางรถเก่า กระถาง 3.5 เลี้ยงปลากินลูกน้ำในอ่างบัวหรือแหล่งน้ำอื่นๆ 3.6 ปิดฝาโอ่งหรือภาชนะอื่นๆให้มิดชิดหรือใส่ทรายเคมี กำจัดลูกน้ำในภาชนะที่เก็บน้ำไว้ใช้ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงในจานรองขาตู้กับข้าวสัปดาห์ละครั้ง 3.7 ใส่ทรายอะเบท 1% ลงในโอ่งน้ำและภาชนะกักเก็บน้ำในอัตราส่วน 10 กรัมต่อน้ำ 100 ลิตร ควรเติมใหม่ทุก 2-3 เดือน

แสดงความคิดเห็น