นายกฯ ให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ประเด็นภาพรวมของการพัฒนาเมืองฯ

นายกฯให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ประเด็นภาพรวมของการพัฒนาเมือง กับการเป็นต้นแบบให้อีก 19 จังหวัด และมุมมองความหวังของการพัฒนาเมืองที่มีต่อการมีรัฐบาลใหม่บริหารประเทศไทย

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 15.00 น. ณ ห้องทำงานนายกฯ นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล สปริงนิวส์ ประเด็นภาพรวมของการพัฒนาเมือง กับการเป็นต้นแบบให้อีก 19 จังหวัด และมุมมองความหวังของการพัฒนาเมืองที่มีต่อการมีรัฐบาลใหม่บริหารประเทศไทย

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์ประเด็นการพัฒนาเมืองขอนแก่น “ขอนแก่นโมเดล” ว่า ขอนแก่นโมเดลภาคท้องถิ่น มีจุดแข็ง คือพื้นฐานการมีส่วนร่วมทุกกลุ่ม ทุกระดับ โครงการไหนดีและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองขอนแก่น ภาครัฐบาลก็เห็นด้วย เช่นการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้ารางเบา LRT ถือว่าเป็นโครงการที่มีทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนขอนแก่นมีส่วนร่วมและผลักดันจนพัฒนามาเป็น “ขอนแก่นโมเดล” ที่ 19 จังหวัดนำไปเป็นต้นแบบการพัฒนาจังหวัดของตัวเอง ในบริบทของแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป และได้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวง ทบวง กรม เพื่อสนับสนุนนำสู่การปฏิบัติต่อไป ส่วนในภาคของจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ราชการส่วนภูมิภาคทั้ง 5 คณะ คือ ธนารักษ์ คมนาคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น เทศบาล และ ปลัดจังหวัดขอนแก่น ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา LRT สืบเนื่องจากการที่เทศบาลนครขอนแก่นได้ดำเนินโครงการระบบไฟฟ้ารางเบาของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ขอนแก่นทรานซิสเท็ม ที่เกิดจากการรวมตัวของ 5 เทศบาล และจดทะเบียนเป็นบริษัท เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของรัฐบาล จากการระดมทุนของภาคเอกชน สถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ ตลอดทั้งภาคประชาชนที่สนใจ นั่นก็คือ ความตั้งใจของชาวขอนแก่นที่ร่วมมือร่วมใจลุกขึ้นมาทำด้วยตัวเอง ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับนอกจากการแก้ปัญหาการจราจร ยังสามารถพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจของเมืองก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่สามารถมาใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชน สิ่งที่ได้มากกว่านั้น คือ ลูกหลานของชาวเมืองขอนแก่นมีงานทำดีดีในบ้านเกิดของตนเองยังส่งเสริม GDP ของเมือง โดยการใช้โอกาสนี้ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องชาวขอนแก่นและภาคอีสาน เพราะเราต้องการให้เราเป็นเมืองที่ผลิตระบบขนส่งมวลชน ผลิตบุคลากรคุณภาพ สร้างงาน สร้างรายได้ผลิตรถ สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง และยังสามารถร่วมมือกับทางมหาวิทยายาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตขอนแก่นเปิดสอนหลักสูตรระบบราง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหลานของชาวขอนแก่นและอีสานที่เรียนจบสามารถมีงานที่ดีรองรับโครงการรถไฟของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และการขยายเส้นทางรถไฟเส้นใหม่ของรัฐบาล โดยไม่ต้องไปแย่งงานกันในกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศอีกต่อไป

โครงการนี้ส่งเสริมการพัฒนาเมือง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสนับสนุนให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน นั่นคือ การพัฒนาที่ดินใจกลางเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นของกระทรวงเกษตรฯ เทศบาลนครขอนแก่นได้เล็งเห็นพื้นที่แห่งนี้นำไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีขนส่ง ซึ่งรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการใช้ที่ดินแปลงนี้ การที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาที่ดินจะสามารถดูแลบริหารจัดการเลี้ยงตัวเองได้ จะต้องประกอบด้วย 1 .การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ได้รับการสนับสุนนจากนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอีกหลายๆกระทรวงให้การสนับสนุน 2. กลุ่มนักธุรกิจในขอนแก่นที่พร้อมให้การสนับสนุนและพัฒนาเมืองขอนแก่น 3. กลุ่มผู้ประกอบการเดินรถขนาดเล็ก จากในอดีตเคยไม่เห็นด้วยกับโครงการ LRT แต่ตอนนี้มาให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี 4 .เป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุดที่ให้การสนับสนุน ก็คือ ประชาชน นักวิชาการภาค ประชาสังคม และทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่นทั้งหมดได้ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนที่จากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่างๆ รวมแล้วมีคนให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมากในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในแต่ละครั้งจะมีประชาชนที่มาบอกว่าจะมาขอลงทุนซื้อหุ้นโครงการนี้เพื่อช่วยสนับสนุนอีกแรงหนึ่ง รวมถึงมีผู้เฒ่าผู้แก่ก็ออกมาแสดงความเป็นเจ้าของเมืองอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกด้วย

สำหรับมุมมองความหวังของการพัฒนาเมืองที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่...อยากให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศไทยชุดใหม่นี้ ให้เล็งเห็นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม แล้วกระจายอำนาจภารกิจให้ท้องถิ่นได้ดูแลตัวเองได้ และเต็มที่ เพื่อตอบสนองคนในท้องถิ่นได้สนับสนุนส่งเสริมให้เข็มแข็ง ส่วนกรณีเรื่องไหนที่เกินศักยภาพท้องถิ่น ก็ยังต้องให้ส่วนกลาง -รัฐบาลสนับสนุนต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีหลักคิดในการกระจายอำนาจจริง แต่ก็ยังไม่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับท้องถิ่นอย่างเต็มที่ได้......ดังนั้น จึงเป็นปัญหาและผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจกรรม/โครงการของท้องถิ่นที่ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะสามารถนำพาท้องถิ่นเจริญรุดหน้าไปได้อย่างยั่งยืน