นายกฯให้สัมภาษณ์ KTV ประเด็นการบริหารจัดการขยะ

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องทำงานนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน สถานีโทรทัศน์ KTV ถึงประเด็นความคืบหน้าการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครขอนแก่น เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครขอนแก่นว่า ปัจจุบันระบบบริหารจัดการและกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้าของเทศบาลนครขอนแก่น สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 4-4.5 เมกะวัตต์ จากการเผาขยะใหม่วันละ 200 ตัน/วัน และเผาขยะเดิมที่ตกค้างวันละ 200 ตัน/วัน รวมเป็น 400 ตัน/วัน ซึ่งหากเผาในปริมาณนี้ ขยะตกค้างจะหมดภายใน 7 ปี แต่เนื่องจากจังหวัดมีนโยบายเป็นวาระแห่งชาติ ให้เทศบาลนครขอนแก่นช่วยกำจัดขยะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบข้าง จึงทำให้ต้องรับขยะใหม่เพิ่มเป็น 350 ตัน/วัน ขยะเก่าที่ตกค้างจึงสามารถนำมากำจัดได้เพียง 50 ตัน/วันเท่านั้น สำหรับวิธีการกำจัดขยะว่ามีแนวทางอย่างไร เมื่อเทศบาลนครขอนแก่นต้องรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบ ขยะใหม่จะมีการตกค้างเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ในประเด็นนี้ขยะใหม่ได้รับการกำจัดหมดในแต่ละวันทั้งในเขตเทศบาลและอปท.ใกล้เคียงที่เข้าร่วมโครงการกว่า 10 แห่ง ในแต่ละวันไม่มีการตกค้างของขยะใหม่ และนำขยะเก่ามากำจัดควบคู่ไปด้วย ซึ่งในขณะนี้ขยะเก่าได้รับการกำจัดเรียบร้อยแล้ว ไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน แต่เนื่องจากที่ขยะเก่าเหลือคงค้างสามารถกำจัดได้เพียง 50 ตัน/วัน เทศบาลนครขอนแก่นจึงมีแผนที่จะผลักดันให้รัฐบาลรับซื้อไฟฟ้าจากโรงงานขยะเพิ่ม เพื่อที่จะนำส่วนต่างที่เหลือมาผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้กำจัดได้ในปริมาณที่เยอะเพิ่มขึ้น โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็น 6 เมกะวัตต์ ซึ่งจะกำจัดขยะได้ 600 ตัน/วัน โดยในประเด็นนี้ได้นำเรียนปัญหาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงอธิบดี การไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อครั้งที่ท่านได้เดินทางมาตรวจโรงงานกำจัดขยะในวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา คาดว่าปัญหาจะได้รับการคลี่คลายในเร็วๆนี้หากรัฐบาลสามารถซื้อไฟฟ้าจากโรงงานกำจัดขยะเพิ่มได้

ส่วนในประเด็นพฤติกรรมการทิ้งขยะของประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มี 3 สาเหตุ คือ 1.คนยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะ 2.ขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ จึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดคนให้เข้ามาอยู่ในจังหวัดขอนแก่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 3.ขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ทำให้ประชาชนจากจังหวัดอื่น เข้ามาทำธุรกรรมปฏิสัมพันธ์กันในด้านต่างๆ จึงทำให้กลายเป็นแหล่งที่สร้างขยะเยอะเพิ่มมากขึ้น การบริหารจัดการของเทศบาลนครขอนแก่นจึงทำโดยบริหารจัดการจากต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ประการแรกเริ่มจัดการที่ต้นทาง เกิดขยะที่ไหน ให้กำจัดที่นั่น โดยรณรงค์ผ่านกิจกรรมเพื่อลดปริมาณขยะ ประการที่สองคือการจัดการขยะกลางทาง คือ การเก็บ การกวาด การขน และสามปลายทาง คือ โรงงานกำจัดขยะ ดังนั้นวิธีการของเราคือเน้นที่ต้นทางและกลางทาง เพราะตอนนี้ปลายทางได้รับการจัดการแล้ว ยกตัวอย่างกรณีของปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครขอนแก่น วันละ 270 ตัน ก็ลดปริมาณเบื้องแรกโดยร้านขายของเก่าจะมีการนำขยะมารีไซเคิล โดยลดได้วันละประมาณ 66 ตัน และผ่านโครงการรณรงค์เพื่อลดขยะของเทศบาลร่วมกับชุมชน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ อีก 4 ตัน เบื้องแรกจึงลดขยะได้ประมาณ 70 ตัน ทำให้เหลือปริมาณขยะวันละ 200 ตัน เข้าศูนย์ขนถ่ายขยะเพื่อนำไปกำจัดที่โรงงานกำจัดขยะ นากจากนี้จะมีอีก 2 กลุ่มคือ พนักงานประจำรถขยะและชุมชนที่รับโครงการจากเทศบาลในการกำจัดขยะและขนขยะไปทิ้งที่โรงงานกำจัดขยะ สามารถลดขยะโดยการรีไซเคิล จึงสามารถลดขยะได้อีก 40 ตัน ดังนั้นขยะจึงเหลือไปถึงโรงงานเพียง 160 ตัน

นอกจากนี้เทศบาลนครขอนแก่นได้ส่งเสริมประชาชนให้มีส่วนร่วมในการกำจัดขยะ โดยส่งเสริมให้ชุมชนและโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น เข้าร่วมโครงการรณรงค์ลดขยะ ซึ่งตรงกับนโยบายการคัดแยกขยะมูลฝอยจากต้นทางตามหลักประชารัฐ ด้วยวิธี 3R 1. R : Reduceคือ การลดการใช้ การบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลง ลดการก่อให้เกิดขยะ 2. R : Reuse คือ การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้ มาใช้ซ้ำ 3. R : Recycleคือ การนำสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว นำไปจัดการด้วยกระบวนการต่างๆแล้วแปรรูปมาเป็นสิ่งใหม่ จากนั้นก็นำมาใช้ใหม่ ผ่านโครงการของเทศบาลกว่า 10 โครงการ ส่งผลให้ชุมชนและโรงเรียน คือชุมชนโนนหนองวัด 1 เข้าร่วมประกวดชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ประเภทกลุ่ม L ชุมชนขนาดใหญ่ ได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภาค และโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน เข้าร่วมประกวดโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School ) ประเภทกลุ่ม A โรงเรียนระดับประถมศึกษาและขยายโอกาส ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับ 1 ระดับภาค และจะส่งเข้าประกวดในระดับประเทศต่อไป

สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการกำจัดขยะ ในขณะนี้เทศบาลนครขอนแก่น ประสบปัญหาในช่วงการบริหารในช่วงกลางทาง คือ การเก็บ การกวาด การขน เนื่องจากศูนย์ขนถ่ายขยะบนการดำเนินการที่ถูกสุขลักษณะและวิธีการ ควรดำเนินการเป็นศูนย์ขนถ่ายขยะแบบระบบปิด ซึ่งจะนำรถเล็กไปเก็บขยะ และเมื่อมาถึงศูนย์กำจัดขยะ ก็จะถูกรวบรวมใส่รถใหญ่ เพื่อรถใหญ่จะได้ขนขยะปริมาณมากๆ เพื่อประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงในการเดินทางไปศูนย์กำจัดขยะ ซึ่งถ้าเป็นระบบปิด กลิ่นเหม็นและน้ำชะขยะจะไม่ส่งผลกระทบสู่ภายนอก เพราะจะมีระบบบำบัดน้ำเสียและไม่มีการเทกองเหมือนในอดีต และในขณะเดียวกันศูนย์ขนถ่ายขยะก็จะมีการรีไซเคิลขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่เนื่องจากชุมชนที่อยู่โดยรอบยังไม่ยินยอมให้ดำเนินการจึงเป็นที่น่าเสียดาย ปัจจุบันระบบขนถ่ายขยะจึงเป็นระบบเปิด บางครั้งรถเสียไม่สามารถเทขยะใส่รถใหญ่และส่งได้ทันที จึงจำเป็นที่จะต้องเทกอง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่น น้ำชะขยะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ จึงมีการร้องเรียนจากประชาชนอยู่เสมอว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะรบกวน และปัญหาอีกประการหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่คือ พนักงานคนงานประจำท้ายรถขยะและคนงานประจำศูนย์ขนถ่ายขยะ รวมถึงคนงานที่ปฏิบัติหน้าที่กวาดถนน มีอัตราการเข้า-ออกที่สูงมาก เนื่องจากงานหนักแต่ผลตอบแทนน้อย ทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนคนงาน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าขยะตกค้างจึงมีอยู่เป็นระยะ เพราะทำให้จำนวนรอบในการขนถ่ายขยะลดลง เช่น จากเดิมรถขยะเข้าไปเก็บประมาณ 3 ครั้ง/อาทิตย์ รอบในการเก็บอาจจะเหลือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่งผลให้มีขยะค้างและกองอยู่ข้างถังนานมากขึ้น ซึ่งเทศบาลได้มีการเร่งดำเนินการเบื้องต้น และเตรียมการแก้ปัญหาระยะยาว โดยจะจัดจ้างเอกชนมาช่วยดำเนินการเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าจะสามารถเริ่มถ่ายโอนภารกิจให้เอกชนเข้ามาดำเนินการแทน และจะเริ่มต้นนำร่องพื้นที่บางส่วนเพื่อดูขีดความสามารถและประสิทธิภาพ