คณะทำงานรถไฟฟ้า LRT ขอนแก่น ประชุมกับตัวแทนปลัด ก.คลังพิจารณา PPP

รถไฟฟ้า LRT ขอนแก่น ปลัดกระทรวงการคลัง มอบหมาย ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประชุมกับคณะทำงานจังหวัดขอนแก่น พิจารณา ภาครัฐ กับเอกชน ใครทำคุ้มค่ากว่ากัน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น. นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ( สคร.)โดย นางวชิราญา เพิ่มภูศรี ผอ.การส่งเสริมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ กระทรวงการคลังเป็นตัวแทน ประธานการประชุมพิจารณาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า LRT ขอนแก่น ภาครัฐ กับเอกชน ใครทำคุ้มค่ากว่ากัน ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 3 สคร. อาคารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายธนา ยันตรโกวิท รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และผู้แทนจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

คณะทำงานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา LRT สายเหนือ-ใต้ ขอนแก่น ประกอบด้วย นายชัยธวัช เนียมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ดร. กฤษณวรุณ ไชยนิจ ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผอ.ส่วนการโยธา พลตรีชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมประชุม

รองว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายกเทศมนตรี ได้กล่าวถึงรูปแบบ ความเป็นมาของโครงการ ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบาLRT สายเหนือ-ใต้ ต้นแบบในเมืองภูมิภาค ให้กับคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้รับทราบ ซึ่งที่ประชุมมีมติสรุปดังนี้

การลงทุนรถไฟฟ้าโดย 5 เทศบาลเป็นเจ้าของโครงการโดยให้บริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด หรือ KKTS ซึ่งเป็นบริษัทที่เทศบาลถือหุ้น ทั้งหมด 100 % เป็นผู้ลงทุน ภายใต้หลักสำคัญคือ หลักการกระจายอำนาจ ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากเข้าขอคำแนะนำจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยหลักการ บริษัท KKTS เป็นผู้ดำเนินการเอง ซึ่งได้รับคำแนะนำจากที่ประชุม คือ ให้ปรับรายละเอียดเปรียบเทียมการที่รัฐทำเอง กับรัฐร่วมทุนกับเอกชน แบบไหนจะคุ้มค่ากว่า โดยอาจจะทำรายละเอียดเปรียบเทียบตาม พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในนโยบายรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2556 พิจารณาว่าเข้าข่าย PPP (Public Private Partnership) หรือไม่ ซึ่งในภาพรวมจากที่จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นโครงการที่เป็นเครื่องมือในการทำงาน โครงการภาครัฐรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งหากดำเนินการได้สามารถทำได้ หลายจังหวัดจะสร้างความเข้มแข็งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้พึ่งพาตนเอง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสกับคนในท้องถิ่น