นายกฯให้สัมภาษณ์การพัฒนาโครงการ ครู หมอ พ่อแม่

นายกฯให้สัมภาษณ์การพัฒนาโครงการ ครู หมอ พ่อแม่ : วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้สัมภาษณ์เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลเด็กที่มีปัญหาการเรียนโดย ครู หมอ พ่อแม่ ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น โดยได้ความร่วมมือกับ น.พ.ชาญณรงค์ ชัยอุดมสม สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,พ.ญ.วัลลภา บุญพรหมา โรงพยาบาลขอนแก่น และคณะ ร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เข้าสู่สถานการศึกษาและ จัดให้เป็นนโยบายเพื่อพัฒนาระบบการดูแลเด็กที่มีปัญหาการเรียนโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุข ครู และพ่อแม่ผู้ปกครองสำหรับนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง ,เพื่อให้ครูและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการเรียนและปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่นสามารถเสริมสร้างทักษะชีวิตแก่เด็กวัยเรียนและทักษะในการป้องกัน แก้ไขปัญหาที่พบในเบื้องต้น,เพื่อให้ครูสามารถคัดกรองโรคทางจิตเวชเด็กและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับเด็กที่มีปัญหาการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง,เพื่อพัฒนาระบบการดูแลส่งต่อและส่งกลับเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาการเรียนระหว่างโรงเรียนกับโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และ เพื่อพัฒนากลุ่มเครือข่ายครู และผู้ปกครองที่ยั่งยืน โดยเป้าหมายมุ่งไปที่นักเรียนชั้น ป.1 ในโรงเรียนของเทศบาลนครขอนแก่นจำนวน 800 คน , ครูชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเทศบาลนครขอนแก่นจำนวน 300 คน และผู้ปกครองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 80 คน

เทศบาลนครขอนแก่น มีโรงเรียนในสังกัด 11 โรงเรียน มีนักเรียนชั้นประถมศึกษากว่า 6400 คน โดยประมาณการว่าจะมีเด็กกว่า 640 คน (ร้อยละ 10 ) เป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตได้มาก แต่ที่ผ่านมามีเด็กมารับบริการทางการแพทย์เพียง 20 คน (ร้อยละ 3.1) และส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับบริการทางการศึกษา ซึ่งในปี 2558 ที่ผ่านมา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงพยาบาลขอนแก่น และสำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น ได้ร่วมมือกันจัดโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการเรียนโดยครู หมอ พ่อแม่ ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น ผลลัพธ์คือ มีการคัดกรองพบเด็กกลุ่มเสี่ยง 440 คน มาพบแพทย์ 140 คน เป็นโรคสมาธิสั่นร้อยละ 57 โรคการเรียนรู้บกพร่องร้อยละ 19 โรคสติปัญญาบกพร่องร้อยละ 23 โรคอื่นๆ ร้อยละ 1 ซึ่งทั้งหมดได้รับริการทางการศึกษา คือ การปรับพฤติกรรมในห้องเรียนและการทำหลักสูตรพิเศษรายบุคคล มีเด็กกลุ่มเสี่ยงมารับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นเป็น 140 คน (ร้อยละ 21.9) ภายในเวลา 10 เดือน โดยโครงการดังกล่าว ได้รับการพิจารณารางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ประเภทรางวัลบูรณาการการบริการที่เป็นเลิศ ระดับดี ในปีงบประมาณ 2558

แม้เด็กจะเข้าถึงบริการได้เพิ่มขึ้นแต่ยังมีเด็กกว่าร้อยละ 80 ที่ยังไม่เข้าถึงบริการ เนื่องจากปัญหาทัศนคติของผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้ลูกหลานถูกตีตราเป็นผู้ป่วย ทำให้ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้และเพิ่มการเข้าถึงบริการในกลุ่มที่เหลือต่อไป